วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

"อาร์เคเค" เปิดโครงสร้างขบวนการไฟใต้


"อาร์เคเค" เปิดโครงสร้างขบวนการไฟใต้
         แนวรบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงมีเหตุการณ์ก่อเหตุร้ายรายวัน เมื่อไรจะสงบเสียที เป็นคำถามของหลายต่อหลายคน
แม้หน่วยงานความมั่นคงจะระบุว่า การก่อเหตุร้ายนอกจากแรงจูงใจจากอุดมการณ์ แล้วยังมีแรงจูงใจอื่นๆ ด้วย ทั้งอิทธิพลมืด ธุรกิจนอกรีด ผสมโรงกับความขัดแย้งส่วนตัว
กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความต้องการ “รัฐปัตตานี” โดยปลดเอกรัฐจากไทย ยังมีอยู่จริง และกลุ่มที่มีแนวความคิดนี้ไม่ได้อ่อนแอลง
ในพื้นที่ปลายด้ามขวานของไทย ด้วยการประสานงาน ของฝ่ายปกครองในพื้นที่ “มติชน” ได้พบกับ “แหล่งข่าว” ที่จะให้คำตอบเกี่ยวกับ อาร์เคเค หรือขบวนการแบ่งแยกดินแดน แนวร่วมผู้ปฏิบัติการณ์ก่อการร้าย รวมทั้งเค้าลางของทิศทางสถานการณ์ 
สายวันหนึ่งของสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ จุดนัดพบ ในเมืองปัตตานี ปรากฏชายวัยกลางคน รูปร่างเล็ก ผิวคล้ำ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำลายทาง กางเกงสแลกส์สีดำ ยูโซ๊ะ มันชื่ออำพรางของชาย ผู้นี้ มันบอกว่าเป็นอดีต อุสตาซ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามแห่งหนึ่ง เคยใกล้ชิดกับ สะแปอิง บาซอ ผู้ซึ่งฝ่ายความมั่นคงของไทยระบุว่า คือ แกนนำในขบวนการปลดเอกรัฐปัตตานี ชายร่างเล็กบอกว่าเคยเป็นหนึ่งในขบวนการ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนด้านการเมือง ในบทบาทที่เรียกว่า อูลามาแต่เมื่อพบว่าแนวทางที่ทำอยู่ไม่ใช่แก่นแท้ของอิสลาม หนำซ้ำยังเป็นการชักจูง พี่น้องศาสนิกสู่ทางที่ผิด จึงถอนตัว
       ผมทราบว่าขบวนการนี้มีอยู่จริง เป้าหมายเดียวคือ ต้องการแบ่งแยกดินแดนกู้รัฐปัตตานี มีแกนนำอยู่ในประเทศและต่างประเทศ บางคนเป็นที่รู้จักในสังคม โครงสร้างของขบวนการลงมาจากแกนนำ แบ่งเป็น 4 ส่วน คือ 1.“มาซา” ทำหน้าที่ขับเคลื่อนด้านการเมือง มีอูลามาเป็นผู้เคลื่อนไหวสร้างพื้นฐานการรับรู้ถึงการเคยมีรัฐปัตตานี มีประวัติศาสตร์ของมลายู ซึ่งปลูกฝังกันมา 50 ปีแล้ว ผมเคยอยู่ตรงนั้น ผมเป็นแนวร่วม บีอาร์เอ็น หรือแนวร่วมปฏิบัติมลายู ผมมีโซนรับผิดชอบ 7 พื้นที่ ไปบรรยายสอนศาสนาตามหลัก แต่จะแทรกเรื่องการมีรัฐปัตตานี ประวัติศาสตร์มลายูปัตตานีเข้าไป เพื่อสร้างแนวร่วม ทำแบบนี้บ่อย ๆ ให้ชาวบ้านเข้าใจ มุสลิมในพื้นที่นี้แทบทุกคนเรียนโรงเรียนศาสนาแต่เล็ก ๆ ในตาดีกาสอนศาสนาอิสลามทุกคนรับรู้เรื่อง “ญีฮาดว่าการต่อสู้อิสลามมีอยู่จริง แต่อูลามาอย่างผมเข้าไปย้ำ ไปกระตุ้นว่าเรามีรัฐ และเราต้องต่อสู้ปกป้อง อูลามาแบบผมมีเยอะ ทุกหมู่บ้านมีหมด หมู่บ้านละ 2 3 คน ยูโซ๊ะ เล่าให้ฟัง 
          ยูโซ๊ะบอกอีกว่า 2. “เปอมูดอ” ทำหน้าที่สร้างจิตสำนึกในการกู้รัฐปัตตานี คนที่จะถูกเลือกให้เป็นผู้ปฏิบัติการ หรือที่เรียกกันว่า อาร์เคเค ต้องผ่านตรงนี้ หลังจากปูพื้นฐานให้ความรู้ความคิดเรื่องการมีอยู่รัฐปัตตานีของมาลายูปัตตานีแล้ว เราจะเห็นแววว่าคนไหนจะเข้าสู่ระดับปลุกจิตสำนึกกู้รัฐส่วนใหญ่เป็นชายเป็นวัยรุ่น เอาไปฝึก 6 เดือน ฝึกตามบ้านนี่แหละ ในป่าบนเขาหลังบ้านก็ได้ รุ่นหนึ่งมีประมาณ 20 คน มีครูฝึก 10 คนต่อรุ่น เขาจะเรียนการต่อสู้ ยิงปืน ยุทธวิธีทุกอย่าง ในแต่ละรุ่นที่มีแววดูเก่ง ๆ รุ่นละ 2-3 คน จะคัดไปเรียนประกอบวัตถุระเบิด ส่งไปเรียนที่ประเทศอินโดนีเซีย         พอเรียนจบ 6 เดือน จะถูกทดสอบด้วยการให้ยิงจริง ก่อเหตุจริง ทำได้ก็ผ่านเรียนแล้ว ท่าทางไม่ไหว ก็ไปช่วยอย่างอื่น
          3. “เกาอิบู” แนวร่วมแม่บ้านสตรี คอยสนับสนุนทำหน้าที่ฝ่ายเหรัญญิก เก็บเงินจากแนวร่วมที่ผ่านการบรรยายโดย “อูลามา” แล้วทุกคน ทุกวัน ๆ ละ 3 บาท เหมือนกองทุนสนับสนุนการกู้เอกราชรัฐปัตตานี  เงินตรงนี้มีเยอะพอสมควร บวกกับเงินสนับสนุนอื่น ๆ อีกครั้งหนึ่งรู้ว่า จ.ยะลา มีเงินกองทุนนี้ถึง 13 ล้านบาท ส่วนใหญ่เอามาใช้จ่ายในการก่อเหตุ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง แต่พวกผมรวมทั้งแนวร่วมไม่มีรายได้จากตรงนี้ และ 4. “ตั๊ดยารี” หรือกองกำลังติดอาวุธ พวกก่อเหตุปฏิบัติการอยู่ตรงนี้ โครงสร้าง ๔ ส่วนนี้ยังมีอยู่แทบทุกพื้นที่ ไม่ได้ลดน้อยลง บางคนถอนตัวก็ถูกตามฆ่า แต่ก็มีคนใหม่สร้างแนวร่วมใหม่ ๆ อยู่ต่อเนื่อง ยูโซ๊ะสรุปถึงโครงสร้างของขบวนการ
           ครั้นถามว่า ถอนตัวจากขบวนการไม่กลัวหรือ ยูโซ๊ะ บอกว่า “ผมก็กลัวตายนะ ผมถอนตัวเพราะเหตุที่ มัสยิดกรือเซะ เมื่อปี 2547 ตอนนั้นการก่อการเป็นเรื่องลับ คนในพื้นที่ที่ผมรับผิดชอบก็ตายในเหตุการณ์นี้ จากเหตุการณ์นั้นมีอูลามาจากมาเลเซียมาเกี่ยวข้อง สร้างความเชื่อผิด ๆ เช่น พกลูกประคำ ผ้าละหมาดศักดิ์สิทธิ์แล้วไม่มีใครเห็น ครั้งนั้นมีการค้าขาย มีเงิน การเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เด็กดี ๆ ต้องมาตายด้วยความเชื่อที่สอนกันเพี้ยน ๆ แบบพูดข้างเดียว ครึ่งเดียว พูดไม่หมด ผมรับไม่ได้ ครั้งนั้นรู้สึกเหมือนถูกหลอก เลยขอถอนตัวและอยู่ของผม ไม่ไปยุ่งเขา”  
        หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการบอกด้วยว่า ผมเหมือนแตงโมในตระกร้าทุเรียน รอวันถูกกระแทกแตก คนใกล้ ๆ ตัวบางคนยังไม่รู้ว่าผมเป็นใคร เหมือนกับบางครั้งก็ไม่มีใครรู้ว่าใครบ้าง คือ อาร์เคเค คนในหมู่บ้านอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กคนนี้เป็นหรือไม่เป็น เช้าอาจไปตัดยาง เย็นเขาก็ไปทำหน้าที่ตามความเชื่อของเขา อุดมการณ์มันอยู่ในจิตใจ ไม่มีใครรู้กัน แต่บางทีก็พอรู้จากแหวน หมวก ที่บ่งบอกอะไรได้ หมวก (กะบิเยาะห์) แบบนี้พอหาได้ คนนั้นผ่านอะไรมา แล้วเขาน่าจะมีแนวคิดแบบไหน ทุกวันนี้พวกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีอาร์เคเครอบตัว เป็นผู้ติดตามเหมือนมีบารมี พวกนี้ดูแลกัน รู้กันอยู่ อาร์เคเค  บางคนก็เป็น ชรบ. (ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) บางคนเป็น อส. คนทำกับคนป้องกัน คือ คนเดียวกัน บ่อย ๆ ที่เอาอาวุธของราชการนี่แหละไปก่อเหตุ
         “ทุกวันนี้อาร์เคเคมีอยู่มาก ผมเชื่อว่าฝ่ายรัฐไม่รู้จำนวนที่แท้จริงหรอก แนวร่วมก็เหมือนกัน  รัฐไม่รู้ว่าเขามีเท่าไร เป้าหมายเดียวของเขาคือแบ่งแยกดินแดน แต่ทุกวันนี้ก็มีเหตุผลอื่นๆ เข้ามาทำให้เกิดความรุนแรง มีมากกว่าขบวนการ หากรัฐบาลไทยอ่อนแอ แก้ปัญหาแบบนี้ ไม่มีทางสงบ          ได้หรอก เงินลงมาเท่าไรก็ไม่พอ เพราะเงินลงมาคอร์รัปชั่นกันไปหลายส่วนแล้ว ชาวบ้านจริง ๆ ไม่ได้อะไรเลย ที่ผมออกมาเล่าแบบนี้เพราะ อยากให้รู้ความจริง อยากให้สงบเสียที่ จะได้ทำมาหากินกันได้สบายใจ ยูโซ๊ะกล่าวทิ้งท้าย  

คอลัมม์พิเศษ หนังสือพมพ์มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พุทธศักราช 2555 หน้า 13

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ10 มีนาคม 2556 11:16

    องกรณ์แบบนี้ออกมาเฉยๆแล้วมาเดิน มาใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไปได้ด้วยหรอ?

    ตอบลบ